การซักประวัติของลูกค้า ก่อนทำการสักคิ้ว เพื่อลดปัญหาต่างๆที่จะเกิดตามมาภายหลัง

     การซักประวัติของลูกค้า ที่เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการ ซึ่งมีความจำเป็น และสำคัญในการสักคิ้วเป็นอย่างมาก จุดประสงค์ของการซักประวัติลูกค้าก็คือเพื่อเก็บข้อมูลและวินิจฉัยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะเสี่ยง จากการสักและเป็นการหลีกเลี่ยงป้องกัน ภาวะความเสี่ยงหลังการสักให้มากที่สุด เนื่องจาก มีโรคประจำตัวบางอย่างและในบางอาการ ที่ไม่สามารถสักคิ้วได้  หากไม่มีการซักประวัติก่อนการสักคิ้วอาจจะทำให้ เกิดอันตรายหรือเสี่ยงหลักสักตามมา สำหรับลูกค้าและ ช่างสัก จะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ในการซักประวัติอย่างเป็นระบบ มีการยืดหยุ่นในการซักประวัติ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ และอย่าใช้เวลา ในการซักประวัตินานจนเกินไป

ขั้นตอนในการซักประวัติลูกค้า

1 สอบถามประวัติส่วนตัว เพื่อเก็บเป็นประวัติ เผื่อลูกค้ามาใช้บริการครั้งต่อไป

2 สอบถามสภาพผิวหน้า วิเคราะห์ และวางแผนการสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เบิ่งคะในสภาพผิวหน้า ของลูกค้าแต่ละคนจะมีผลในการสักคิ้วเข้ม มีผิวมัน ก็อาจจะทำให้การสักติดยากกว่าผิวธรรมดาทั่วไป สักได้ตามปกติและช่างจะวิเคราะห์และมีเทคนิคในการสั่งของลูกค้าที่มีผิวหน้าในแต่ละแบบ

3 สอบถามประวัติสุขภาพ เพื่อหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่ มีโรคประจำตัวหรืออาการที่ไม่สามารถทำการสักคิ้วได้ เพื่อความระมัดระวัง และลดภาวะความเสี่ยงและอันตราย หลังจากการสักคิ้ว

    การสักคิ้วมีข้อห้ามอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสวยตามคลินิกความงามหรือสถาบันเสริมความงามต่างๆ ทุกอย่างต้องมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังการสักคิ้วก็เช่นกันข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ไม่ควร เข้ารับการสักคิ้วมีดังนี้
– ผู้ที่แพ้สีแพ้แอลกอฮอล์
– ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
– ผู้ที่ทําศัลยกรรมระหว่างช่วงตาหรือจมูกควรเว้นการสักคิ้วประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
– ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง หรือมะเร็งผิวหนัง
– ระหว่างมีประจำเดือนการสกัดทำให้เกิดอาการผื่นคันหรือแดงหลังจากการสักมากกว่าปกติ

-มีประวัติโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วาฟาริน

      ดังนั้นช่างสักคิ้วจะต้องมีการ สอบถามประวัติของผู้ที่เข้ารับบริการทุกครั้งเพื่อเป็นการป้องกัน และรู้ถึงข้อห้ามและข้อควรระวังในการสักคิ้วเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมาทีหลังได้

      ในการซักประวัตินั้นเป็นแนวทางก็ง่ายที่ใช้กันโดยทั่วไป แต่ยังไม่มีวิธีการใดที่จะครอบคลุมการซักประวัติได้ทั้งหมด พยายามใช้หัวข้อต่างๆ เป็นแนวทาง ในด้านของช่างสักคิ้ว ที่ผ่านหลักสูตรเรียนสักคิ้วมาแล้วจะรู้ว่าโรคประจำตัวชนิดใดที่ไม่ควรสักคิ้ว และอาการป่วยหรือผลข้างเคียงที่จะตามมา หลังจากการสักคิ้ว ดังนั้นช่างสักคิ้ว จึงไม่ควรมองข้ามการซักประวัติลูกค้าก่อนให้บริการสักคิ้วทุกคนและทุกครั้งที่เป็นสิ่งสำคัญขั้นตอนแรกในการ ก่อนที่จะมีการสักคิ้วค่ะ