การแข็งตัวของเลือดมีผลต่อการสักคิ้ว อย่างไร และ โรคและอาการ เกี่ยวกับ เลือด ที่ไม่ควรสักคิ้ว

           การแข็งตัวของเลือด เกิดจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเลือด ได้แก่เกร็ดเลือด น้ำเลือดหรือพลาสมา ในเลือดจะมีสารที่มีส่วนทำให้เลือดแข็งตัวคือ โปรตีนไฟบริโนเจน

หากเกิดบาดแผลขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ตามธรรมชาติ จะมีการสร้างสิ่งที่ป้องกันการรั่วไหลของเลือดโดยไม่จำเป็นสิ่งนั้นก็คือกลไกการห้ามเลือด เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และมีเลือดไหลออกมาร่างกายก็จะเกิดปฏิกิริยา ทำให้เลือดหยุดไหล โดยมีการแข็งตัวของเลือด เพื่อดูรอยแตกของเส้นเลือด

         โรคและอาการ เกี่ยวกับ เลือด ที่ไม่ควรสักคิ้ว

  1.  ผู้ที่ขาดวิตามินเค หลายคนอาจสงสัยว่า การสักคิ้ว เกี่ยวอะไรกับคนที่ขาดวิตามินเค เนื่องมาจาก วิตามินเคจะทำให้การแข็งตัวของหลอดเลือด เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด หรือหยุดยากเวลามีบาดแผล ดังนั้น จึงควรระมัดระวังในการสัก เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
  2.  ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ อาการภาวะเกล็ดเลือดต่ำ น้อยกว่า 10,000 Cell / 1 L ก็เป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ หากมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำมาก อาจมีอาการเลือดออกจนอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าเกล็ดเลือดมาตรฐาน ควรอยู่ในช่วง 140,000 ถึง 450,000 Cell/L
  3.  ผู้ป่วยที่รับประทานยา กลุ่มต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด เช่น วาฟาริน หรือแอสไพลิน เป็นต้น เนื่องจากยาเหล่านี้จะรบกวน และยับยั้งการสร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด โดยปกติห้ามใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะเลือดออกหรือมีความเสี่ยงการเกิดภาวะเลือดออกที่รุนแรง ควรงดยาเหล่านี้ ประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนทำการสักคิ้ว ถ้าเป็นกลุ่มยาแอสไพรินที่ทานประจำ ควรงดยาแอสไพรินอย่างน้อย 10 ถึง 14 วันก่อนทำการสักคิ้วค่ะ

        สำหรับใครที่มีอาการเกี่ยวกับเลือดดังที่กล่าวมาข้างต้นและต้องการ ที่จะสักคิ้ว ควรปรึกษาแพทย์หรือ หาข้อมูลเบื้องต้น เนื่องจากช่างสักคิ้วที่เคยผ่านการอบรมจากสถาบันการเรียนสักคิ้วมาแล้วก็ตาม อาจจะมีข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นการหาข้อมูลไว้ล่วงหน้า จึงเป็นการป้องกันตัวเองได้ดีที่สุดค่ะ