ปัจจัยจากตัวลูกค้าที่จะทำให้สีสักคิ้วติดทนและสวยตามที่ต้องการ

ประวัติความเป็นมาของการสักผิวหนังก่อนที่จะมาเป็นการสักคิ้วตกแต่งคิ้วในประเทศไทย

          การสักในประเทศไทยมีมาแต่สมัยโบราณ ดังปรากฏในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนและวรรณกรรมอื่นๆโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อยู่ยงคงกระพัน แต่การสักมักมองว่าเป็นไปในด้านลบเสียมากกว่า มักถูกมองว่าเป็นนักเลงเนื่องจากในอดีตนั้นรอยสักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการประณามหรือประกาศความชั่วเช่น การสักหน้าโจรผู้ร้ายเมื่อจับตัวได้เพื่อให้คนในสังคมไม่ระมัดระวังหรือบางครั้งโจรผู้ร้ายใช้การสักยันต์เป็นสิ่งคุ้มกันความตายและความปลอดภัยให้กับตัวเองทำให้เกิดศิลปะบนผิวหนัง การสักในอดีตมีวัตถุประสงค์หลายประการ เช่นการสักเพื่อป้องกันตัวการสักเพื่อแสดงความรักชาติการ สักของข้าราชการการสักเพื่อแสดงหมู่กองไพร่พลสังกัด การสักเพื่อประจานความผิด การสักเพื่อเสริมเสน่ห์ ศิริมงคลและการสักเพื่อความสวยงามเป็นต้น

ความเป็นมาด้านเสริมความงามของคิ้วคือการสักคิ้วหรือการเขียนคิ้วถาวรเป็นการสักสีลงบริเวณคิ้วทำให้สีติดแน่นคงทนลบไม่ออกและไม่ต้องเขียนคิ้วใหม่ทุกวันหรือทุกครั้งที่ล้างหน้าทำให้สะดวกสบายประหยัดเวลาในปัจจุบันเป็นที่ค่อนข้างนิยมและการสักคิ้วถาวรในอดีต เป็นที่นิยมในเมืองไทยไม่มากนักเชื่อว่าเป็นแนวนิยมที่มาจากประเทศจีนและเกาหลีที่นิยมสักคิ้วกันมากการเขียนคิ้วถาวร ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการสกัดโดยการใช้เข็มจุ่มสีแล้วจิ้มลงไปในผิวหนังทำให้สีติดค้างถาวร สีที่นิยมใช้เป็นสีจากสารโลหะเช่น โคบอลต์ คาร์บอน แคดเมียม โครเมียม แมงกานีสเหล็ก ต้นซึ่งสารเหล่านี้จะให้สี ที่ต่างกัน การเสริมความงามนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน เริ่มแพร่หลาย แถวบ้านเรา การสักคิ้วแบบ 3 มิติทำให้ลูกค้าได้เห็นคิ้วที่สวยงามเหมือนจริงมากขึ้น และไม่ต้อง เสริมเติมแต่งอีก และเทคนิคนี้ยังอยู่ทนนานโดยสีที่ลงไปนั้นจะไม่เขียวหรือดำเหมือนกันสักคิ้วแบบเดิม ทำให้ในปัจจุบัน นิยมธุรกิจ เปิดร้านสักคิ้วกันมากขึ้น และมีสถาบันหรือ โรงเรียนสอนสักคิ้วเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สนใจเรียนสักคิ้วด้วยมาตรฐานการสอนแบบมืออาชีพ ศูนย์ความงามครบวงจร

ติดต่อสอบถามได้ที่ “ครูมด”

เบอร์ : 080-4456090

Line :  :  https://line.me/R/ti/p/%40baimint

เยี่ยมชมเว็ปไซส์    www.bsa-eyebrow.com

เยี่ยมชมFacebook:    https://www.facebook.com/Eyebrow.By.BSA/