อาการเหล่านี้หรือโรคประจำตัวที่จะมีกลไกการห้ามเลือดหรือการแข็งตัวของเลือดที่ ไม่สามารถสักคิ้วหรือไม่แนะนำในการสักคิ้ว

       ในร่างกายของเรา ประกอบไปด้วยเลือดซึ่งเป็นของเหลวชนิดหนึ่งและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิต เลือดเป็นตัวที่จะนำอาหารกับพลังงานไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ และขณะเดียวกันก็นำเอาของเสียกลับ เพื่อขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นเลือดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเซลล์ส่วนต่างๆของร่างกายเกือบทั้งหมด ยกเว้น และผม กระจกตาดำ และเมื่อมีเลือดอยู่เกือบทุกส่วนของร่างกาย จึงมีโอกาสไหลออกจากร่างกายได้โดยไม่ยากนัก หากเกิดบาดแผลขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ตามธรรมชาติ จะมีการสร้างสิ่งที่ป้องกันการรั่วไหลของเลือดโดยไม่จำเป็นสิ่งนั้นก็คือกลไกการห้ามเลือด เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และมีเลือดไหลออกมาร่างกายก็จะเกิดปฏิกิริยา ทำให้เลือดหยุดไหล โดยมีการแข็งตัวของเลือด เพื่อดูรอยแตกของเส้นเลือด ถ้าคลำดูจะรู้สึกเป็นไตแข็งๆที่บริเวณบาดแผล ถ้าบริเวณบาดแผลสกปรกมาก จะมีเชื้อโรค หรือเชื้อจุลินทรีย์ก็จะทำให้เชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลได้ การแข็งตัวของเลือด เกิดจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเลือด ได้แก่เกร็ดเลือด น้ำเลือดหรือพลาสมา ในเลือดจะมีสารที่มีส่วนทำให้เลือดแข็งตัวคือ โปรตีนไฟบริโนเจน

สำหรับอาการเหล่านี้หรือโรคประจำตัวที่จะมีกลไกการห้ามเลือดหรือการแข็งตัวของเลือดที่ ไม่สามารถสักคิ้วหรือไม่แนะนำในการสักคิ้ว

  1. ผู้ที่ขาดวิตามินเค หลายคนอาจสงสัยว่า การสักคิ้ว เกี่ยวอะไรกับคนที่ขาดวิตามินเค เนื่องมาจาก วิตามินเคจะทำให้การแข็งตัวของหลอดเลือด เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด หรือหยุดยากเวลามีบาดแผล ดังนั้น จึงควรระมัดระวังในการสัก เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
  2.  ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ อาการภาวะเกล็ดเลือดต่ำ น้อยกว่า 10,000 Cell / 1 L ก็เป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ หากมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำมาก อาจมีอาการเลือดออกจนอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าเกล็ดเลือดมาตรฐาน ควรอยู่ในช่วง 140,000 ถึง 450,000 Cell/L
  3.  ผู้ป่วยที่รับประทานยา กลุ่มต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด เช่น วาฟาริน หรือแอดไพลิน เป็นต้น เนื่องจากยาเหล่านี้จะรบกวน และยับยั้งการสร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด โดยปกติห้ามใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะเลือดออกหรือมีความเสี่ยงการเกิดภาวะเลือดออกที่รุนแรง จึงควรงดยาเหล่านี้ ประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนทำการสักคิ้ว ถ้าเป็นกลุ่มยาแอสไพรินที่ทานประจำ ควรงดยาแอสไพรินอย่างน้อย 10 ถึง 14 วันก่อนทำการสักคิ้วค่ะ

  สำหรับใครที่มีอาการเกี่ยวกับเลือดดังที่กล่าวมาข้างต้นและต้องการ ที่จะสักคิ้ว ควรปรึกษาแพทย์หรือ สอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจนะคะ เนื่องจากช่างสักคิ้วที่เคยผ่าน สถาบันการเรียนสักคิ้วมาแล้วก็ตาม อาจจะมีข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ดังนั้นการหาข้อมูลไว้ล่วงหน้า จึงเป็นการป้องกันตัวเองได้ดีที่สุดค่ะ

สนใจเรียนสักคิ้วด้วยมาตรฐานการสอนแบบมืออาชีพ ศูนย์ความงามครบวงจร

ติดต่อสอบถามได้ที่ “ครูมด”

เบอร์ : 080-4456090

Line :  :  https://line.me/R/ti/p/%40baimint

เยี่ยมชมเว็ปไซส์    www.bsa-eyebrow.com

เยี่ยมชมFacebook:    https://www.facebook.com/Eyebrow.By.BSA/