ข้อห้ามก่อนสักคิ้ว และข้อควรปฎิบัติหลังสักคิ้ว ทำไมจึงห้ามโดนน้ำ และอาหารข้อที่ควรงดรับประทานหลังสักคิ้ว

การสักคิ้วมีข้อห้ามอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสวยตามคลินิกความงามหรือสถาบันเสริมความงามต่างๆ ทุกอย่างต้องมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังการสักคิ้วก็เช่นกันข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ไม่ควร เข้ารับการสักคิ้วมีดังนี้
– ผู้ที่แพ้สีแพ้แอลกอฮอล์
– ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
– ผู้ที่ทําศัลยกรรม ระหว่างช่วงตาหรือจมูกควรเว้นการสักคิ้วประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
– ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง หรือมะเร็งผิวหนัง
– ระหว่างมีประจำเดือนการสกัดทำให้เกิดอาการผื่นคันหรือแดงหลังจากการสักมากกว่าปกติ

ดังนั้นช่างสักคิ้วที่เคยผ่านการเรียนสักคิ้วจากโรงเรียนสอนสักคิ้ว จะต้องมีการ สอบถามประวัติของผู้ที่เข้ารับบริการทุกครั้งเสมอ เพื่อเป็นการป้องกัน และรู้ถึงข้อห้ามและข้อควรระวังในการสักคิ้วเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมาทีหลังได้

หลังสักคิ้ว ทำไมจึงห้ามโดนน้ำ และอาหารที่ควรงดรับประทานหลังสักคิ้ว

เป็นเพราะความชื้นจากน้ำจะเข้าไปแทนทีหมึก ทำให้สีจาง หมึกไม่ติดผิว โดยเฉพาะสาวที่มีผิวมัน หมึกติดสียากอยู่แล้ว พอแผลถูกน้ำสียิ่งหลุดเร็วขึ้นไปอีก ที่สำคัญความชื้นอาจทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียอาจทำให้แผลเกิดการอักเสบคิดเชื้อได้ ข้อควรทำสำหรับผู้สักคิ้วมาใหม่ๆ ภายใน 7 วันห้ามให้คิ้วถูกน้ำเป็นอันขาด ใช้วิธีเช็ดทำความสะอาดหน้า หรือล้างหน้าได้ตั้งแต่บริเวณใต้ตาลงไปเท่านั้น งดออกกำลังกาย ช่วง 5-7 วันหลังสักคิ้วควรงดไปก่อน และงดการเข้าอบซาวด์น่า อบไปน้ำหรือกิจกรรมอื่นที่ทำให้เหงื่อออกมากๆเพราะเหงื่ออาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณแผลที่สักคิ้ว ความชื้นทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียติดเชื้อได้เช่นกัน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือมีเหงื่อออกระหว่างวันต้องรีบซับให้แห้งเร็วที่สุด และ อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากการโดนน้ำโดยตรง แต่ก็ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดอง และอาหารรสเผ็ดร้อน เพราะแอลกอฮอล์และอาหารรสชาติเผ็ดร้อนนอกจากขับน้ำ ขับเหงื่อออกจากร่างกายเราแล้ว ยังขับหมึกสักออกมาด้วยนะ ส่วนของหมักดอง อาจทำให้แผลบริเวณที่สักเกิดการระคายเคืองได้ง่าย และหลีกเลี่ยงการทาครีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ เมคอัพรีมูฟเวอร์ต่างๆและครีมที่มี AHA หรือในกลุ่ม Whithening ต่างๆ เพราะจะทำให้เส้นสีแตกตัว สีซีดไปอีก แต่สามารถทาเจลบำรุงหลังสักคิ้วได้ค่ะ